15 มิถุนายน 2562 แคนาดาไม่มีแผนรับขยะกลับจากมาเลเซีย

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/foreign/714841

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ว่ากระทรวงสิ่งแวดล้อมของแคนาดาออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี มีเนื้อหาเพียงว่ารัฐบาลออตตาวาไม่มีแผนรับขยะกลับจากมาเลเซีย เนื่องจากไม่เคยมีข้อมูลว่ามีหน่วยงานรัฐหรือบริษัทเอกชนรายใดของประเทศลักลอบส่งขยะไปยังมาเลเซีย อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการเกิดข้อพิพาทในอนาคต รัฐบาลออตตาวาได้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมาเลเซีย เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ท่าทีดังกล่าวของแคนาดาเกิดขึ้นราว 2 สัปดาห์ หลังนางเหยา บี หยิน รมว.กระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย กล่าวว่ารัฐบาลกัวลาลัมเปอร์เตรียมส่งตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะรวม 69 ตู้ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้และขยะย่อยยาก ตลอดจน “ขยะพิษ” อีกหลายประเภท ประเมินน้ำหนักได้ประมาณ 3,000 ตัน กลับไปยังประเทศต้นทาง “ที่ไม่มีความรับผิดชอบ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “ประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี” ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย สหรัฐ แคนาดา จีน ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีการลักลอบนำขยะจากต่างประเทศเข้ามาในมาเลเซียมากถึง 50,000 ตัน ซึ่งนอกจากสร้างมลพิษทางสิ่งแวดล้อมขั้นร้ายแรงแล้ว ยังก่อให้เกิดธุรกิจรับจ้างรีไซเคิลผิดกฎหมาย ที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องตามกวาดล้าง อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังไม่ได้เผยอย่างชัดเจนว่าขยะที่เป็นของแคนาดามีอะไรบ้างและเป็นจำนวนเท่าใด นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดา แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับแผนการห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อการอุปโภคบริโภคแบบ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” เช่น หลอดกาแฟ อุปกรณ์รับประทานอาหาร และถุงพลาสติก “อย่างเร็วที่สุด” ภายในปี 2564  โดยทรูโดกล่าวว่านโยบายดังกล่าวถือเป็น “โอกาสทอง” ของแคนาดา ซึ่งปัจจุบันรีไซเคิลขยะพลาสติกในประเทศน้อยกว่า 10%  ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อร่วมเป็นหนึ่งในผู้นำการลดมลพิษขยะโลก ในฐานะเป็นประเทศที่มีความยาวของชายฝั่งมากที่สุด โดยรัฐบาลออตตาวามีความขัดแย้งเรื่องขยะกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ จนในที่สุดยอมเป็นฝ่ายส่งเรือบรรทุกสินค้ามาขนตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะที่นำมาทิ้งระหว่างปี 2556 ถึง 2557 กลับประเทศเมื่อปลายเดือนที่แล้ว หลังเผชิญกับการกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต.